ต้อนรับสู่บทความ

ต้อกระจก

สมุนไพรป้องกันต้อกระจก
 
สถิติการเป็นโรคต้อกระจก ในคนไทยอายุประมาณ 55 ปีขึ้นไป มีโอกาสเป็นต้อกระจกประมาณ 50% แต่อาจจะยังไม่มีอาการตามัว จนกระทั่งอายุ 65 ปีขึ้นไป เมื่ออายุ 75 ปีขึ้นไป เกือบทุกคนเป็นต้อกระจก

สมุนไพร รักษาโรค


ต้อกระจก คือ โรคของเลนส์แก้วตาที่มีความขุ่นเกิดขึ้น โดยความขุ่นนี้จะเป็นตัวกั้นไม่ให้แสงผ่านเข้าไปในตา ทำให้แสงแตกกระจายและการมองเห็นลดลง โดยทั่วไปต้อกระจกเกิดจากความเสื่อมตามอายุ ซึ่งเกิดขึ้นตามธรรมชาติ โดยเลนส์แก้วตาจะเริ่มขุ่นเมื่ออายุ 40 ปี สาเหตุอื่นๆ ได้แก่ ความผิดปกติแต่กำเนิด เช่น การติดเชื้อหัดเยอรมันของมารดาระหว่างตั้งครรภ์ โรคภายในลูกตา เช่น ม่านตาอักเสบ ตาติดเชื้อ ต้อหิน และได้รับอุบัติเหตุทางตา การใช้ยากลุ่มสเตียรอยด์ ทั้งยาหยอดตา ยาพ่น ยารับประทาน หรือยาฉีด ภาวะแทรกซ้อนจากโรคต่างๆ เช่น เบาหวาน โรคขาดสารอาหาร สภาวะแวดล้อมและการดำรงชีวิต เช่น การทำงานที่อยู่ท่ามกลางแสงแดดเป็นเวลานาน การประกอบอาชีพเกี่ยวกับการเชื่อมโลหะโดยไม่ได้ใส่อุปกรณ์ที่ถูกต้อง คนที่สูบบุหรี่ เป็นต้น โดยผู้ป่วยจะมีอาการตามัว มักเริ่มมัวอย่างช้า ๆ เหมือนมีหมอก หรือกระจกฝ้ามาบัง เมื่อออกไปกลางแดดจะมัวมากขึ้น แต่จะมองเห็นดีขึ้นในที่ร่ม หรือในที่มีแสงสลัว อาการตามัวจะมากหรือน้อยเพียงใด ขึ้นอยู่กับความขุ่นของเลนส์แก้วตา บางรายมองเห็นภาพซ้อน มองเห็นแสงไฟเป็นแสงกระจาย ปวดตา หรือมีอาการปวดศีรษะร่วมด้วยในรายที่เป็นมาก ๆ


สมุนไพร รักษาโรค

แต่คุณทราบหรือไม่ว่า ต้อกระจกสามารถป้องกันได้ ซึ่งเราได้ศึกษาค้นคว้าข้อมูลงานวิจัย พบว่าสมุนไพรหลายชนิดสามารถป้องกันโรคต้อกระจกได้ จากการที่มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ ได้แก่ ขมิ้นชัน มีสารสำคัญคือ เคอคิวมิน ฟักข้าว มีสารสำคัญคือ ไลโคปีน โดยไลโคปีนของเยื่อหุ้มเมล็ดฟักข้าว มีปริมาณสูงมาก ประมาณ 10 เท่าของผักและผลไม้ชนิดอื่นๆ ที่มีไลโคปีนสูง เช่น มะละกอ แตงโม มะเขือเทศ นอกจากนี้ยังมีงานวิจัยพบว่า ไลโคปีน และเคอคิวมินยังช่วยป้องกันต้อกระจกที่เกิดจากเบาหวานได้อีกด้วย


กะเพรา มะระขี้นก ลูกซัด มะขามป้อม และชาเขียว ก็พบว่าสามารถป้องกันต้อกระจกได้ หากรับประทานเป็นประจำ โดยอาจทานในรูปแบบของผักในอาหาร หรือต้มเอาน้ำทาน เช่น น้ำกะเพรา นำกะเพราที่ล้างน้ำสะอาดมา 1 กำ (ทั้งลำต้นและใบ) ต้มกับน้ำประมาณ 2 ลิตร ประมาณ 10-15 นาที ด้วยไฟปานกลาง ดื่มวันละ 1 แก้ว หรือคั้นน้ำดื่มจากมะระขี้นก วันละ 2-3 ผลต่อวัน ไม่แนะนำให้ทานเยอะเกิน เนื่องจากมะระขี้นกมีผลต่อการลดระดับน้ำตาลในเลือด สำหรับมะขามป้อม ก็นำผลต้มเป็นน้ำดื่มวันละ 1 แก้ว โดยใช้ประมาณ 10 ผลแห้ง ต้มกับน้ำใส่พอท่วม ประมาณ 10-15 นาที ด้วยไฟปานกลาง มะขามป้อมจัดเป็นผลไม้ที่มีวิตามินซีสูงมาก มีการศึกษาพบว่า วิตามินซีมีบทบาทในการป้องกันการเกิดต้อกระจก โดยทำหน้าที่เป็นสารต้านอนุมูลอิสระและกรองรังสียูวีให้เลนส์ตา นอกจากมะขามป้อมแล้ว ยังมีผลไม้อื่นๆ ที่มีวิตามินซีสูง ได้แก่ ฝรั่ง มะปราง ขนุน ละมุด มะละกอ มะกอก ส้ม มะขาม ลูกหว้า พุทรา ก็สามารถเลือกทานเป็นประจำได้


  วิตามินอี ช่วยเพิ่มระดับสารต้านอนุมูลอิสระอย่างกลูตาไทโอนในร่างกาย และยังช่วยป้องกันต้อกระจกที่เกิดจากน้ำตาล สเตียรอยด์ และรังสียูวี วิตามินอีจะมีอยู่ในพวกธัญพืชต่างๆ เช่น งาดำ ข้าวซ้อมมือ จมูกข้าว ข้าวโพด


สมุนไพร รักษาโรค

สมุนไพร รักษาโรค

สมุนไพร รักษาโรค

สั่งซื้อ สามสมุนไพร และ ไม่มีเคมี แถมบำรุงสุขภาพคลิก

ขมิ้นชัน คลิกสั่งซื้อ

มะขามป้อม คลิกสั่งซื้อ

มะระขี้นก คลิกสั่งซื้อ