สมุนไพรรักษาโรค ตังกุย Thai Herb บำรุงโลหิต แก้ปวดประจำเดือน กระตุ้นการไหลเวียนเลือด มดลูกเข้าอู่ ขับน้ำคาวปลา
สินค้ายอดนิยม สินค้าแนะนำ
250.00 บาท
ติดต่อสอบถาม

สมุนไพรรักษาโรค ตังกุย Thai Herb บำรุงโลหิต แก้ปวดประจำเดือน กระตุ้นการไหลเวียนเลือด มดลูกเข้าอู่ ขับน้ำคาวปลา

 

ในตำรับยาสมุนไพรจีน ตังกุย เป็นสมุนไพรที่รู้จักกันดี และนิยมใช้กันอย่างมาก เช่นเดียวกับโสม ถั่งเฉ้า และเห็ดหลินจือ ตามสรรพคุณตังกุยจะได้มาจากส่วนรากของพืชวงศ์ Umbelliferae มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Abgelica sinensis (Oliv) Diels เป็นสมุนไพรที่มีกลิ่นหอม รสหวานออกขมเล็กน้อย จัดอยู่ในกลุ่มสมุนไพรที่มีรสอุ่นกระตุ้นระบบไหลเวียนโลหิต บำรุงโลหิต ช่วยให้ประจำเดือนมาเป็นปกติ และแก้ปวด ห้ามสตรีมีครรภ์

 

ตังกุยแท้ 100% โสมของสตรีเพศ

 

โดยความนิยมแล้วถือว่า ตังกุย เป็นสมุนไพรที่ทรงคุณค่าสำหรับสตรี เนื่องจากเป็นตัวยาที่มีผลต่อมดลูกโดยตรง คือมีสรรพคุณ ในการช่วยให้ประจำเดือนมาสม่ำเสมอ แก้ปวดประจำเดือน ช่วยบรรเทาอาการปวดหัว ปวดเมื่อยตามเนื้อตัว (rheumatism) และเป็นยาระบายท้องอ่อนๆ ด้วย

มีรายงานจาการทดลองพบว่า สารสกัดจากสมุนไพร ตังกุย ในส่วนที่เป็นน้ำมันหอมระเหยที่มีจุดเดือดสูง (high boiling point) ประมาณ 180 องศาเซลเซียส ถึง 210 องศาเซลเซียส จะมีคุณสมบัติด้านการบีบตัว (ทำให้กล้ามเนื้อคลายตัว) ของมดลูกได้ แต่สำหรับในเชิงเภสัชวิทยา แล้วจะเกิดผล 2 กรณี คือ

 สำหรับสตรีทั่วไปและสตรีภายหลังการคลอดบุตร ตังกุยจะมีผลต่อระบบประจำเดือน คือ ช่วยให้ประจำเดือนมาเป็นปกติ แก้ปวดประจำเดือน ในตำรับยาจีนจะผสมตังกุยกับหัวแห้วหมู (Cyperus rotundus) โกฐจุฬาลำเภาจีน (Artemisia argyi) เปลือกลูกพรุน (Prunus persica) และดอกคำฝอย (Carthamus tinctorius) เพื่อเป็นยาช่วยให้ประจำเดือนมาเป็นปกติ ถึงแม้คำอธิบายเรื่องนี้ ยังไม่ชัดเจนมากนัก แต่ก็มีรายงานว่าใน สารสกัดของสมุนไพร ตังกุยทั้งในส่วนของสารสกัดด้วยน้ำ และแอลกอฮอล์ที่ไม่ใช่เป็นสารกลุ่มน้ำมันหอมระเหย มีคุณสมบัติในการกระตุ้นการหดตัวของกล้ามเนื้อมดลูกได้ดี (คือ เพิ่มการบีบตัวของมดลูก) จึงนิยมใช้ตังกุยเป็นยาช่วยในการขับน้ำคาวปลา และช่วยทำให้มดลูกเข้าอู่ได้เร็วขึ้น

 สำหรับ การรักษาอาการหลังหมดประจำเดือน มีการทดลองใช้ตังกุย ร่วมกับตัวยาอื่นอีก 5 ชนิด ในคนไข้ 43 คน พบว่าส่วนใหญ่มีอาการดีขึ้น คือ อาการร้อนวูบ มึนงง ตาพร่า และอาการไม่สบายในช่องท้องจะลดลงประมาณ 70%

 

สั่งซื้อสมุนไพร ตังกุย แคปซูล คลิก สั่งซื้อ

 

 ตังกุยแท้ 100% โสมของสตรีเพศ

 

สมุนไพรจีนยอดฮิต!

ใน ปัจจุบัน หลายๆคนมาสนใจการดูแลสุขภาพมากขึ้น โดยสมุนไพรจีนถือเป็นทางเลือกหนึ่ง ที่ได้รับความนิยม โดยนอกจากช่วยเรื่องการเยียวยาแล้ว ยังช่วยเรื่องการปรับสมดุลร่างกาย เพื่อป้องกันโรคและบำรุงร่างกายอีกด้วย

วันนี้เรามารู้จักกับสมุนไพรจีนยอดฮิต 4 ตัวที่กำลังมาแรงกันค่ะ

ตังถั่งเฉ้า (Cordyceps sinensis)

เป็น สมุนไพรที่มีลักษณะพิเศษ คือ ฤดูหนาวเป็นหนอน ฤดูร้อนเป็นหญ้า จึงถูกเรียกว่า "หญ้าหนอน" ตังถั่งเฉ้าช่วยต้านอนุมูลอิสระ กระตุ้นระบบภูมิคุ้มกัน เสริมประสิทธิภาพการทำงานของตับและไต ช่วยควบคุมระดับคอเรสตอรอล ช่วยลดอาการของโรคทางเดินหายใจ รวมถึงช่วยเพิ่มจำนวนอสุจิที่แข็งแรง จึงเหมาะกับผู้มีบุตรยาก

 

ตังกุย (Dong Quai : Angelica sinensis)

เป็น สมุนไพรสำหรับผู้หญิงโดยเฉพาะ โดยรากใช้รากใช้เป็นยาฟอกเลือด และลำต้นใช้เป็นยาบำรุงเลือด จึงเหมาะกับผู้หญิงที่ยังไม่หมดประจำเดือน โดยช่วยให้ไม่อ่อนเพลียจากการเสียเลือด บรรเทาอาการประจำเดือนมาไม่ปกติ และทำให้ผิวพรรณ ดูมีน้ำมีนวล นอกจากนี้ยังเหมาะกับคนที่เป็นโรคโลหิตจาง เพราะตังกุยมีวิตามินบี 12 ที่จำเป็นต่อการสร้างเม็ดเลือด

สั่งซื้อสมุนไพร ตังกุย แคปซูล คลิก สั่งซื้อ

 

โสม (Panax Ginseng)

ถือ เป็น "ราชาแห่งสมุนไพร" เป็นสมุนไพรจีนที่นำมาใช้รักษาโรคมาหลายพันปี ส่วนที่นำมาใช้คือ ราก การรับประทานปริมาณน้อยๆ จะช่วยกระตุ้นระบบประสาททำให้สดชื่น กระปรี้กระเปรา แต่ถ้าทานปริมาณมากๆ จะกดประสาททำให้ซึม โสมช่วยต้านอนุมูลอิสระ ชะลอความเสื่อม ลดคอเรสเตอรอล บำรุงกำลัง และลดระดับน้ำตาลในเลือด

 

เห็ดหลินจือ

ได้ ชื่อว่าเป็น "เทพเจ้าแห่งชีวิต" สามารถรักษาโรคได้อย่างกว้างขวาง ถือเป็นยาอายุวัฒนะ เป็นยาบำรุงร่างกาย เห็ดหลินจือเป็นสารอนุมูลอิสระ กระตุ้นภูมิคุ้มกัน จึงใช้เป็นทางเลือกให้ผู้ป่วยโรคมะเร็ง ช่วยกระตุ้นการทำงานของตับในการกำจัดสารพิษ ลดไขมันไตรกลีเซอร์ไรด์ จึงป้องกันกสรเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด ลดภาวะอดตันของทางเดินปัสสาวะ ช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด และยังช่วยควบคุมความดันโลหิตให้เป็นปกติ

สั่งซื้อ เห็ดหลินจือ แคปซูล  คลิกสั่งซื้อ

 

สมุนไพร ยอดฮิตทั้ง 4 ตัวนี้ไม่แนะนำให้ใช้ในสตรีมีครรภ์และสตรีให้นมบุตร และสำหรับผู้ที่มีโรคประจำตัวควรปรึกษาแพทย์ หรือเภสัชก่อนใช้ยา

ข้อมูลจาก สถาบันการแพทย์ไทย จีน เอเซียตะวันออกเฉียงใต้ http://tcm.dtam.mopg.go.th